วันศุกร์ที่ 18 มีนาคม พ.ศ. 2554

การมีวินัย

               สองสามวันที่ผ่านมานี้ผมรู้สึกหดหู่กับข่าวสารอยู่มาก โดยเฉพาะข่าวภัยพิบัติที่เกิดขึ้นที่ญี่ปุ่น หรือว่าภาพยนต์ที่เราเคยดู ไม่ว่าจะเป็น The day after tomorrow วิกฤติวันสิ้นโลก หรือ 2012 วันสินโลก จะเป็นเรื่องจริง เพราะหลังจากแผ่นดินไหว เกิดสีนามิ ถล่มญี่ปุ่นไม่กี่วันก็เกิดฝนตกอุณหภูมิลดเหลือ 18 องศาเซลเซียส ซะอย่างนั้น ดีนะวันนี้เริ่มมีแสงแดดมั้งแล้ว ไม่อย่างนั้นผมเริ่มจินตนาการไปในทางไม่ค่อยดีแล้ว ชักอินไปกับหนังอยู่เหมือนกัน จากข่าวร้ายก็มีข่าวดีซ่อนอยู่
เริ่มจากอ่านข่าวทั่วไปจาก Internet ก็ไปเจอข่าวนี้จากเว็บ sanook เขาพาดหัวข้อข่าวว่าอย่างนี้ครับ

               ทั่วโลกต่างพากันยกย่อง วินัยของชาวญี่ปุ่น แม้ว่าจะเจอกับภัยพิบัติร้ายแรง แต่ก็ยังไม่มีการปล้นสะดม กลับเข้าคิวต่อแถวซื้อสินค้าอย่างมีระเบียบ
               ในทวีปเอเซียของเรานี้ประเทศที่ขึ้นชื่อว่ามีวินัยมากสุดๆ ก็มี ญี่ปุ่น รองลงมาก็จะเป็นเกาหลีใต้ จีน สิงคโปค์  ส่วนพี่ไทยเรานี่ขึ้นชื่อเหมือนกันแต่ด้านไม่มีวินัย เราเคยได้ยินบ่อยว่า ทำอะไรตามใจคือไทยแท้  ไม่ค่อยปฎิบัติก็ไม่เป็นไร แต่ไปถามว่าวินัยคืออะไร ก็ยังไม่รู้ อันนี้ไม่มีเฉพาะเด็กนะครับ ผู้ใหญ่ทั่วไปนี่แหละที่ผมลองถามดู ก็ตอบผมไม่ได้อยู่หลายคนนะครับ
วันนี้ก็ถือโอกาสเอาเรื่องวินัยมาเล่าสู่กันฟัง

               "คาบคมที่ไร้ฝัก ลูกระเบิดที่ไม่มีสลักนิรภัย ย่อมเกิดโทษแก่เจ้าของได้ง่าย ฉันใด ความรู้และ ความสามารถถ้าไม่มีวินัยกำกับแล้ว ก็จะมีโทษแก่ผู้เป็นเจ้าของได้ ฉันนั้น ช่างดาบทำฝักดาบไว้กันอันตราย ช่างทำระเบิดก็ทำสลักนิรภัยไว้เช่นเดียวกัน เมื่อพระสัมมาสัมพุทธเจ้า ทรงสอนพุทธศาสนิกชน ให้เป็นคนฉลาดรู้ ฉลาดทำแล้ว จึงทรงสั่งสำทับด้วยว่า ต้องมีวินัย "

วินัยคืออะไร ?
               วินัย หมายถึง ระเบียบ กฎเกณฑ์ข้อบังบับสำหรับควบคุมความประพฤติทางกายของคนในสังคมให้เรียบร้อยดีงาม เป็นแบบแผนอันหนึ่งอันเดียวกัน จะได้อยู่ร่วมกัน ด้วยความสุขสบาย ไม่กระทบกระทั่งซึ่งกันและกัน ให้ห่างไกลจากความชั่วทั้งหลาย
               การอยู่รวมกันเป็นหมู่เหล่า ถ้าขาดระเบียบวินัย ต่างคนต่างทำตามอำเภอใจ ความขัดแย้งและลักลั่นก็จะเกิดขึ้น ยิ่งมากคนก็ยิ่งมากเรื่อง ไม่มีความสงบสุข การงานที่ทำก็จะเสียผล
               ถ้าประชาชนแต่ละคนเป็นเสมือนดอกไม้แต่ละดอก ดอกไม้ทั้งหลายเหล่านี้จะด้อยค่าลง หากวางอยู่ระเกะระกะกระจัดกระจาย ทั้งยังทำให้รกรุงรังอีกด้วย แต่เมื่อเรานำดอกไม้เหล่านี้มาร้อยรวมเข้าด้วยกันด้วยเส้นด้ายดอกไม้เหล่านี้ก็จะกลายเป็นพวงมาลัยอันงดงามเหมาะที่จะนำไปใช้ประดับตกแต่งให้ เจริญตาเจิรญใจ เส้นด้ายที่ใช้ร้อยดอกไม้ให้รวมกันอยู่อย่างมีระเบียบงดงามนั้นเปรียบเสมือนวินัย
               วินัยจึงเป็นสิ่งที่ใช้ควบคมคน ให้คนเราใช้ความรู้ ความสามารถไปในทางที่ถูกที่ควร คือทำให้เป็นคน ฉลาดใช้นั่นเอง

ชนิดของวินัย
ตัวเรามีของสำคัญ 2 อย่าง คือ ชีวิต กับ จิตใจ
ชีวิต ของเราขึ้นอยู่กับระบบโลก ต้องพึ่งโลกชีวิตจึงจะเจริญ
จิตใจ ของเราขึ้นอยู่กับระบบธรรม ต้องพึ่งธรรม จิตใจจึงจะเจริญ
เพื่อให้ชีวิตและจิดใจ เจริญทั้ง 2 ทาง เราจึงต้องดำเนินชีวิตให้สอดคล้องกันทั้ง ๒ ด้านด้วย
ผู้ที่ฉลาดรู้ ก็ต้องศึกษาให้รู้ทั้งทางโลกและทางธรรม
ผู้ที่ฉลาดทำ ก็ต้องทำให้เป็นให้ถูกต้อง ทั้งทางโลกและทางธรรม
เช่นกัน ผู้ที่ฉลาดใช้ ก็ต้องมีวินัยทางโลกและวินัยทางธรรมคอยช่วยกำกับ ความรู้ และความสามารถเอาไว้
 วินัยทางโลก หมายถึงระเบียบสำหรรับควบคุมคนในสังคมแต่ละแห่งเป็นข้อตกลงของคนในสังคมนั้นที่จะให้ทำหรือไม่ให้ทำบางสิ่งบางอย่างซึ่งบางครั้งเราก็เรียกชื่อแยกแยะออกไปหลายอย่าง เช่น กฎหมาย พระราชบัญญัติ พระราชกฤษฎีกา กฎข้อบังคับ ระเบียบ ธรรมเนียมประเพณี คำสั่ง ประกาศ กติกา ฯลฯ สิ่งเหล่านี้รวมเรียกว่า วินัยทางโลกทั้งสิ้น
วินัยทางธรรม เนื่องจากเราชาวพุทธ มีทั้งคฤหัสถ์และบรรชิต ดังนั้นวินัยทางศาสนาจึงมี 2 ประเภท คือ
1. อนาคาริยวินัย วินัยสำหรับผู้ออกบวช ได้แก่ วินัยของพระภิกษุ
2.อาคาริยวินัย วินัยสำหรับผู้ครองเรือน หรือประชาชนชายหญิงทั่ว ๆ ไป

เมื่อเข้าใจเรื่องวินัยแล้วลองไปปฎิบัติดูนะครับ

ไม่มีความคิดเห็น:

แสดงความคิดเห็น